|
เรื่องน่ารู้กับ PROBIOTICS

โปรไบโอติก(Probiotics) โปรไบโอติก เป็น แบคทีเรียฝ่ายดี สายพันธุ์แลคโตบาซิลลัส
หน้าที่ของ โปรไบโอติกมีดังนี้ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง ช่วยลดการเกิดสารก่อมะเร็งบางชนิด เช่น ไนโตรซามีน ช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ ในทางระบาดวิทยาในคน และพบว่าโปรไบโอติกมีความสัมพันธ์กับการลดอัตราเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ ผลิตกรดอินทรีย์ เช่น lactic acid, acetic acid, butyric acid ซึ่งเป็นกรดอ่อน ช่วยให้ระบบขับถ่ายดี เพิ่มจำนวนเซลล์บุผิวในลำไส้ใหญ่ให้มีมาก แข็งแรงมีอายุยืนกว่าเดิม ทำหน้าที่ต้านเชื้อโรคได้ดี ต่อต้านการเกิดเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ สารที่หลั่งออกมาจากจุรินทรีย์โปรไบโอติกสามารถกระตุ้น การเจริญเติบโตของจุลิทรีย์ฝ่ายดีที่มีชีวิตในร่างกายได้เป็นอย่างดี การนำจุลินทรีย์โปรไบโอติกมาใช้ประโยชน์ ช่วยสกัดสารสำคัญในสมุนไพร ให้อยู่ในรูปที่ร่างกายนำไปใช้ได้ดี เซลล์และชิ้นส่วนเซลล์ของจุลินทรีย์โปรไบโอติกชนิดพิเศษ สามารถกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้อย่างยอดเยี่ยม
สมุนไพรของเราทุกตัว มีส่วนผสมของจุลินทรีย์โปรไบโอติก

กระชาย

ชื่อสามัญ / ชื่ออังกฤษ Boesenbergia
ชื่อวิทยาศาสตร์ Boesenbergia pandurata (Roxb.) Schltro
วงศ์ Zinggiberaceae
ชื่ออื่น / ชื่อท้องถิ่น กะแอน ระแอน (ภาคเหนือ) ขิงทราย (มหาสารคาม)
ว่านพระอาทิตย์ (กรุงเทพ)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
กระชายเป็นพืชล้มลุก มีเหง้าหรือลำต้นอยู่ใต้ดิน ซึ่งมีลักษณะเรียวยาว อวบน้ำ ตรงกลางเหง้าจะพองคล้ายกระสวย ออกเกาะกลุ่มกันเป็นกระจุก มีสีน้ำตาลหรือ น้ำตาลแกมส้ม กระชายมีอยู่สามชนิด คือ กระชายเหลือง กระชายดำ และกระชายแดง แต่คนนิยมให้กระชายเหลืองมากกว่าชนิดอื่น ใบกระชายเป็นใบเดี่ยวออกสลับกัน สีค่อนข้างแดง ใบมีขนาดยาวรีรูปไข่ ปลายใบแหลมมีขนาดใหญ่สีเขียวอ่อน โคนใบเป็นกาบหุ้มซ้อนกัน ออกดอกเป็นช่อที่ยอด ดอกมีสีขาวหรือขาวปนชมพู ผลของกระชายเป็นผลแห้ง นิยมปลูกเป็นพืชสวนครัว
สารสำคัญที่พบ
รากและเหง้าของกระชายมีน้ำมันหอมระเหยซึ่งประกอบไปด้วยสารไพนีน (Pinene)
แคมฟีน (Camphene) เมอร์ซีน (Myrcene)
ไลโมนีน (Limonene) บอร์นีออล (Borneol) และการบูร (Camphor) เป็นต้น
สรรพคุณ
กระชายมีรสเผ็ดร้อน สารสำคัญในรากและเหง้ากระชายมีฤทธิ์ยับยั้ง การเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ ช่วยขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยเจริญอาหารและแก้โรคในช่องปาก และเป็นยาอายุวัฒนะ

ชื่อวิทยาศาสตร์ : - ชื่ออื่น ๆ : -
วงศ์ : -
ลักษณะ : คล้ายกับกระชายธรรมดา แต่ใบใหญ่และมีสีเขียวเข้มกว่า กาบใบมีสีแดงเจือจางเล็กน้อย และหนาอวบ หัวคล้ายหัวกระชาย แต่มีขนาดใหญ่กว่า และเนื้อในไม่เหมือนกันบางทีเป็นสีขาว สีดั่งผลหว้าไปจนถึงสีน้ำเงินอ่อนและสีดำ ส่วนดอกออกตากยอดช่อละหนึ่งดอก มีใบพี่เลี้ยงที่ช่อดอก ริมปากดอกสีขาว เส้าเกสรสีม่วง เกสรสีเหลือ
ประโยชน์ : เป็นยาอายุวัฒนธชั้นหนึ่งและให้ผลทางอยู่ยงคงกะพัน เมื่อนำหัวว่านมาโขลกให้ละเอียดคลุกน้ำผึ้งกิน เช้า , ค่ำ จะทำให้อายุยืนมีพลังกล้าอยู่เสมอ หากผสมหัวที่โขลกละเอียดนี้กับน้ำหรือสุรา ให้สรรพคุณทางยาแก้โรคบิดและป่วงทุกชนิด ให้กวาดแก้ตาลทรางในโรคของเด็กได้อีกประการหนึ่งด้วย

ชื่อวิทยาศาสตร์ Curcuma longa Linn. วงศ์ ZINGIBERACEAE ชื่อท้องถิ่น : ขมิ้น (ทั่วไป) ขมิ้นป่า ขมิ้นทอง ขมิ้นดี ขมิ้นแกง ขมิ้นหยอก ขมิ้นหัว(เชียงใหม่) ขี้หมิ้น หมิ้น (ใต้) ตายอ (กะเหรียงกำแพงเพชร) สะยอ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)
ลักษณะ ไม้ล้มลุกอายุหลายปี สูง 30-90ซม.เหง้าใต้ดินส่วนตรงกลาง มีขนาดใหญ่รูปไข่ มีแขนงรูปทรงกระบอก แตกออกด้านข้าง 2ด้าน ตรงข้ามกันคล้ายนิ้วมือเนื้อในเหง้าสีเหลืองเข้ม มีกลิ่นเฉพาะ ใบเดี่ยว แทงออกจากเหง้า เรียงเป็นวงซ้อนทับกัน รูปใบหอก กว้าง 12-15ซม.ยาว 30-40ซม.ดอกช่อ แทงออกจากเหง้า แทรกขึ้นมาระหว่างก้านใบรูปทรงกระบอก กลีบดอกสีเหลืองอ่อน ใบประดับสีเขียวอ่อน หรือสีนวล บานครั้งละ 3-4 ดอก ผลเป็นผลแห้ง รูปกลม มี 3 พู
สารสำคัญ
มีน้ำมันหอมระเหยประมาณ 3-4%และ เคอร์คิวมิน (Curcumin) ซึ่งมีชื่อทางเคมีว่า bis-(4-hydroxy-3-methoxycinnamoyl) -methane, sodium curcuminate ฤทธิ์แก้ท้องอืดเกิดจากน้ำมันหอมระเหย เคอร์คิวมิน และสารอื่นๆ อีกหลายชนิด พบว่า เคอร์คิวมิน มีฤทธิ์ ยับยั้งการเจริญเติบโต และลดการใช้กลูโคสของเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ จึงลดการเกิดก๊าซลงด้วย พบว่า เคอร์คิวมิน และ p-tolyl methyl-carbinol สามารถเพิ่ทเอนไซม์ช่วยย่อยอาหาร และขับน้ำดี และ เคอร์คิวมิน น่าจะป็นสารออกฤทธิ์กระตุ้นการหลั่ง secretin และ gastrin ซึ่งเป็นสารที่กระตุ้นให้มี การหลั่งน้ำดีมากขึ้น เป็นผลให้การย่อยอาหารดีขึ้น ยังพบว่า เคอร์คิวมิน, p-coumaaroyl feruloyl methane และ di-p-coumaroyl methaneมีฤทธิ์ป้องกันตับอักเสบเนื่องจากสารพิษด้วย จะเห็นว่าฤทธิ์ในการรักษาอาการจุกเสียดแน่นท้องของขมิ้นชัน เกิดจากสารสำคัญหลายชนิด
ขมิ้นอ้อย

ชื่อวิทย์ Cureuma zedoaria Rose
ชื่อวงศ์ ZINGIBERACEAE
ชื่ออื่น ขมิ้นเจดีย์ ว่านเหลือง ขมิ้นหัวขึ้น สรรพคุณ แก้ครั่นเนื้อครั่นตัว สมานลำไส้ แก้ระดูขาว ขับปัสสาวะ ตำพอกแก้ฟกบวม แก้ อักเสบ แก้พิษโลหิต แก้ลม รักษามะเร็งปากมด ลูก มะเร็งในรังไข่ มะเร็งปอด มะเร็งตับ มะเร็ง ต่อมไธรอยด์ มะเร็งต่อมน้ำเหลือง เนื้องอกที่กล้ามเนื้อมดลูก แก้เลือดคั่ง เลือดลมไหลเวียน ไม่สะดวก รักษาระดูมาไม่ปกติ เหง้าสดตำผสม การบูรเล็กน้อย ดองน้ำฝนกลางหาว รินเอาน้ำ หยอดตา แก้ตาแดง ตาแฉะ ตามัว ตาพิการ
พลูคาว

พลูคาว มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Houttuynia cordata Thunb เป็นพืชสมุนไพรประจำถิ่นที่พบมากในแถบภาคเหนือของไทย และยังพบในบริเวณเทือกเขาหิมาลัย อินเดีย เรื่อยมาจนถึงจีน เวียดนาม ลาว เกาหลี และญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นพืชตระกูลเดียวกับพลู ชอบขึ้นในพื้นที่ชื้นแฉะ มีร่มเงาเล็กน้อยและสภาพอากาศเย็น โดยจะมีลักษณะแตกต่างจากพลู คือ ที่ใต้ใบของพลูคาวจะ มีสีแดงอ่อนไปจนถึงสีแดงเข้ม ชาวบ้านในเขตภาคเหนือจะเรียกว่า ผักคาวตอง เนื่องจากต้นและใบจะมีกลิ่นคาวรุนแรงคล้ายคาวปลา ซึ่งส่วนใหญ่นิยมนำใบมาเป็นผักเคียงใช้บริโภคสดกับอาหารประเภทลาบหรือหลู้ ส่วนจีนจะใช้พลูคาวในตำรับยาหลักนับเป็นสมุนไพรชั้นสูง จากข้อสังเกตว่า จำนวนประชากรในภาคเหนือเป็นโรคมะเร็งค่อนข้างน้อย เนื่องจากบริโภคพลูคาวเป็นประจำ และหมอแผนโบราณเคยใช้พลูคาว มารักษาผู้ป่วยริดสีดวงทวาร ทำให้หายเจ็บปวดโดยไม่ต้องทำการผ่าตัด ขณะเดียวกันคณะนักวิจัยยังได้ทราบข้อเท็จจริงว่า สีแดงที่อยู่ใต้ใบพลูคาว เป็นตัวชี้วัดว่ามีเภสัชสาร ซึ่งเป็นสารเฮลตีแบคทีเรีย มีจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัสสายพันธุ์หนึ่ง ที่สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายของมนุษย์ให้ทำงานได้ดีขึ้น ทั้งยังสามารถไปยับยั้งการเจริญเติบโตและต้านทานเนื้องอก (Anti-tumor) และช่วยต้านอนุมูลอิสระในร่างกายได้ค่อนข้างดี
ลูกยอ

Morinda citrifolia Linn. Rubiaceae. ชื่อสามัญ INDIAN MULBERRY
ส่วนที่ใช้เป็นยา ผลโตเต็มที่ มีรสขมเล็กน้อย เอียน ขนาดและวิธีใช้ ใช้ผลดิบ หรือห่ามฝานเป็นชิ้นบาง ๆ ย่าง หรือคั่วไฟอ่อน ๆ ให้เหลือง ใช้ครั้งละ 2 กำมือ น้ำหนักประมาณ 10 - 15 กรัม ต้มหรือชงน้ำดื่มจิบ แต่น้ำบ่อย ๆ ขณะที่มีอาการ ถ้าดื่มครั้งละมาก ๆ จะทำให้อาเจียน
สรรพคุณ ใช้บรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน การที่ผลโตเต็มที่แต่ยังไม่สุกของยอ ช่วยบรรเทาอาการ คลื่นไส้อาเจียนได้ เพราะมีสาร ASPERULOSIDE ซึ่งออกฤทธิ์ลดอาการคลื่นไส้อาเจียน
ว่านชักมดลูก

ว่านชักมดลูก (Wan-chak-mot-luk)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Curcuma xanthorrhiza Roxb.
วงศ์ ZINGIBERACEAE
ถิ่นกำเนิด มาเลเซีย
รูปลักษณะ ไม้ล้มลุก ลงหัวจำพวกว่าน ใบสีเขียวคล้ายใบพุทธรักษา กลางใบสีแดง ลงหัวในฤดูฝน หัวกลมโต เนื้อในสี เหลืองอ่อน
สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา เหง้า เป็นยาบีบมดลูก ทำให้มดลูกเข้าอู่ ทำให้ประจำ เดือนมาตามปกติ รักษาอาการอาหารไม่ย่อย
ว่านมหาเมฆ

ว่านมหาเมฆ (Wan-ma-ha-mek)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Curcuma aeruginosa Roxb.
วงศ์ ZINGIBERACEAE, ถิ่นกำเนิด อินเดีย พม่า ไทย อินโดนีเซีย
รูปลักษณะ
ลักษณะ ไม้ล้มลุกใบสีเขียวโตขนาดใบพุทธรักษา กลางใบสีแดงเป็นเส้น เป็นไม้เจริญหัวใน ฤดูฝน เนื้อในหัวเป็นสีม่วงแก่แกมสีฟ้า หัวนี้ถ้าทิ้งไว้หลายๆ ปี จะกลายจากสีม่วงเป็นสีเหลือง ไม้นี้ จะโทรมในฤดูหนาว
สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา เหง้า ใช้เป็นยาบีบมดลูก ทำให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น มดลูกคลายความอักเสบ เป็นยาถ่าย
สมอไทย

สมอไทย (Terminalia chebula Retz.)
วงศ์ ; Combretaceae ไม้ยืนต้นขนาดกลาง ผลกลมรีเป็นพูๆสีเขียวปนแดงมีรสฝาด พบขึ้นตามป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง สรรพคุณทางยา เปลือกต้น รสฝาดเมา ต้มดื่ม บำรุงหัวใจ ขับน้ำเหลืองเสีย ขับปัสสาวะ ดอกรสฝาดต้มดื่ม แก้บิดผลอ่อน รสเปรี้ยว ถ่ายอุจจาระแก้โลหิตในท้อง แก้น้ำดี แก้เสมหะ ผลแก่รสฝาดเปรี้ยวขม แก้ไข้เพื่อเสมหะ แก้ลมป่วง แก้พิษร้อนภายใน แก้ลมจุกเสียด ถ่ายพิษไข้ คุมธาตุ แก้ไอเจ็บคอ ขับน้ำเหลืองเสีย แก้เสมหะเป็นพิษ แก้อาเจียน บำรุงร่างกาย ดองกับน้ำมูตรโค ดื่มแก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย ตามข้อ แก้อ่อนเพลีย บดเป็นผงโรยแผลเรื้อรัง เนื้อผล รสฝาดเปรี้ยว แก้บิด แก้ท้องผูก แก้ท้องอืดเฟ้อ แก้โรคเกี่ยวกับน้ำดี แก้โรคท้องมาน แก้ตับม้ามโต แก้อาเจียน แก้สะอึก แก้หืดไอ แก้ท้องร่วงเรื้อรัง
เห็ดหลินจือ

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ganoderma lucidum
ชื่อสามัญ : เห็ดหลินจือ
ลักษณะโดยทั่วไป : หมวกเห็ดจะมีรูปทรงคล้ายไต หรือพัด ผิวด้านบนเรียบมัน คล้ายไม้ที่ลงน้ำยาชักเงา มีร่องเป็นลอนโค้งมน สีน้ำตาลหรือสีเหลือง ขนาด 30-150 มิลลิเมตร หนา 30-50มิลลิเมตร ผิวด้านใต้สีครีม และจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองเมื่อแก่ รูกลมมีจำนวน 4-6 รูต่อมิลลิเมตร ลึก 10 มิลลิเมตร เนื้อเยื่อภายในสีขาวนวลหรือสีเหลืองเข้ม มีลักษณะเป็นเส้นใยประสานตัวกันแน่น (fibrous) สปอร์สีน้ำตาล รูปร่างคล้ายถังเบียร์ (truncate) มีผนังสองชั้น ผนังชั้นในมีผิวขรุขระ (asperate) ชั้นนอกเรียบ สามารถรับประทานได้ พบได้ในป่าฝนเขตร้อนตลอดช่วงฤดูฝน
คุณประโยชน์เห็ดหลินจือ 1. วินิจฉัยโรคได้ (Scanning) 2. กำจัดพิษหรือชำระล้างสิ่งแปลกปลอมที่หมักหมม /สะสม /ตกค้าง ที่มีโอกาสทำอันตรายกับ การทำงานของระบบของร่างกายได้ 3. ปรับร่างกายให้อยู่ในภาวะสมดุลย์ การไหลเวียนของเลือดลมและอุณหภูมิ 4. ปรับสภาพของร่างกายให้มีสุขภาพพลานามัย แข็งแรง และกระตุ้นระบบการทำงานให้ปกติ โดยการเพิ่มออกซิเจนแก่อวัยวะต่างๆ 5. สร้างภูมิต้านทานและชลอความแก่ 6. เพิ่มกระบวนการเปลี่ยนแปลงสารอาหารในร่างกาย ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 7. เพิ่มออกซิเจนในเลือด เพื่อให้สมองสดชื่น และป้องกันการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง 8. ปรับกระแสไฟฟ้าในร่างกายให้สมดุลย์ ขจัดพลังงานไฟฟ้ารอบๆ เซลล์ส่วนเกิน และเปลี่ยนเซลล์ ส่วนเกินให้เป็นปกติ 9. เสริมสร้างระบบการย่อยอาหารให้ดีขึ้น 10. ปรับค่าความเป็นกรดของเลือดให้สมดุลย์ 11. ควบคุมความทรุดโทรมของเหยื่อเซลล์และอวัยวะอื่นๆ ภายในร่างกาย 12. สามารถปรับระดับน้ำตาลในเลือดและปรับปรุงการทำงานของตับอ่อน 13. บำรุงสมอง

   |